ประวัติบ้านโนนละม่อม (โนนอีม่อม) หมู่ที่ 4

ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ประวัติความเป็นมา

                บริเวณอันเป็นที่ตั้งของบ้านโนนละม่อมในขณะนี้ ในอดีตเคยเป็นที่อันอุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้ มีแหล่งน้ำ มีสัตว์นานาชนิดเช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นในย่านเดียวกันคือ บ้านกุดเป่ง บ้านเป้า บ้านธาตุ ครอบครัวที่มาตั้งบ้านเรือนที่นี้ก่อนใครอื่นก็คือครอบครัวของแม่อี่ม่อม (คำว่าอี่ เป็นคำเรียกของคนอีสานไม่ใช่คำหยาบแม้เรียกแม่ก็ว่าอี่แม่) ระหว่าง พ.ศ. 2439 – 2442 นายเหลา นางนาง ได้อพยพครอบครัวมาตั้งอยู่ใกล้กับที่ของอี่ม่อม ผู้คนที่ผ่านไปมา ก็มักจะทักหรือเรียกขานกันว่าที่ไร่ที่นาของอี่ม่อมจากนั้นก็มีครอบครัวของญาติพี่น้องจากบ้านเกิ้งและจากบ้านชนบทได้อพยพครอบครัวมาอยู่ด้วยกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ขึ้นมาจึงได้พร้อมกันตั้งชื่อบ้านว่า “บ้านโน่นอี่ม่อม” ใน พ.ศ. 2456 มีนายเชียง ขอนจันทร์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ขึ้นตรงต่อตำบลบ้านเป้า อำเภอชนบท ครั้นต่อมา พ.ศ. 2470 ตำบลบ้านไผ่ได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอบ้านไผ่ ตำบลบ้านเป้าซึ่งบ้านโน่นอี่ม่อมได้ขึ้นตรงอยู่ด้วยก็ได้มาขึ้นอยู่กับกิ่งอำเภอบ้านไผ่ จนใน พ.ศ. 2482 กิ่งอำเภอบ้านไผ่ได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอบ้านไผ่ก็ย้ายตาม และยังคงเรียกชื่อบ้านตามเดิม จนกระทั้งมาถึงยุคสมัยของนายเจริญ ดีบุญมี ซึ่งเป็นนายอำเภอบ้านไผ่ ได้มีการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านที่โรงเรียนบ้านธาตุ ในขณะนั้นซึ่งมีนายประพันธ์ เบ้าหนองบัว เป็นครูใหญ่ ได้มีการเสนอต่อที่ประชุมให้มีการเปลี่ยนชื่อบ้านโนนอี่ม่อมมาเป็น “บ้านโนนละม่อม” โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำไม่เหมาะสมไมสุภาพ (ความจริงไม่น่าจะเปลี่ยน เพราะทำให้ความหมายเปลี่ยนไปจากเดิม นายศิริ ศรีจุมพล ผู้เขียน) จากนั้นก็เรียกปะปนกันมาทั้งชื่อเก่าและชื่อที่เปลี่ยนใหม่มาจนทุกวันนี้

                บ้านโนนละม่อม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ ห่างออกไปประมาณ 12 กิโลเมตร โดยเส้นทางเดียวกันของบ้านหนองผือ บ้านกุดเป่ง บ้านเป้า และบ้านธาตุ มีพื้นที่ทั้งหมด 1.8 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อดังนี้

                                ทิศเหนือ                                จรดเขตพื้นที่บ้านธาตุ

                                ทิศใต้                                      จรดเขตพื้นที่ตำบลเมืองเพีย

                                ทิศตะวันออก                       จรดเขตพื้นที่บ้านเป้า

                                ทิศตะวันตก                          จรดเขตพื้นที่ตำบลเมืองเพีย

                ทรัพยากรแหล่งน้ำป่าไม้ บ้านโนนละม่อม มีแหล่งน้ำธรรมชาติคือลำห้วยวังยาง เช่นเดียวกับบ้านกุดเป่ง บ้านเป้า และแกงละว้า เป็นที่ทำการเกษตร ส่วนป่าไม้ ยังเหลืออยู่บ้าง

จำนวนประชากร มีครัวเรือนทั้งหมด 82 ครอบครัว ประชากรทั้งหมด 362 คน เป็นชาย 189 คน เป็นหญิง 173 คน ประกอบอาชีพทำนา ทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ รับจ้างทั่วไป และค้าขายบ้าง

ด้านการศึกษา ไม่มีโรงเรียนประถมศึกษาประจำหมู่บ้าน ต้องไปเรียนที่โรงเรียนเบญจมิตรวิทยาคม บ้านธาตุ ซึ่งไม่ห่างไกลเท่าไร และเรียนต่อในระดับมัธยมที่โรงเรียนในตัวอำเภอบ้านไผ่

                ศาสนา และความเชื่อ ชาวบ้านโนนละม่อมนับถือศาสนาพุทธ เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เชื่อเรื่องของไสยศาสตร์ ยังยึดมั่นอยู่ในฮีต 12 ของชาวอีสานดีอยู่

                สาธารณูปโภค เรื่องถนนหนทางภายในหมู่บ้าน อยู่ในเกณฑ์ดีแม้จะมีถนนลูกรังในบางตอนบางแห่ง ก็สามารถไปมาได้สะดวกดีไม่เหมือนเมื่อก่อน ส่วนไฟฟ้า โทรศัพท์สาธารณะ และประปานั้นก็ถือว่าสะดวกสบายดี และคาดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ

                บุคคล/ ผู้นำที่สำคัญ

                                ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ                                                  คนปัจจุบันคือ นายคำพอง พิธนะชน

                                พ่อใหญ่จ้ำคนแรกคือ   นายหล่า ขอนดู่                        คนปัจจุบันคือ นายบุญทัน ปะลา

                                หมอธรรมคนแรกคือ นายผา ขอนดู่                              คนปัจจุบันคือ นายผา ขอนดู่

                                หมอแคนคนแรกคือ นายบุญ วงศ์สุดตา                      คนปัจจุบันคือ นายบุญ วงศ์สุดตา

                                หมอพิณคนแรกคือ นายสำลี จันทร์หยุด                    

                                ประธาน อสม. คือ นายสุข แหล่ป้อง

                คณะผู้ร่วมสืบค้นประวัติ

                                นายมา ขอนดู่                                     นายคำพอง พิชชนะชน

           

   
   

อ้างอิงมาจาก     : อาจารย์ศิริ ศรีจุมพล อาจารย์ทวี ชำนาญเวช และคณะ,     สืบฮอยบ้าน ตำนานเมืองประวัติอำเภอบ้านไผ่,  

   

         โรงพิมพ์นันทศิลป์, 2547

   
   
                                นายบุญ วงษ์สุดตา                             นายบุญทัน ปะลา